เจอเห็บ อย่าเพิ่งรีบใช้มือจับหรือบี้! 
เพราะเห็บอาจเป็นพาหะนำเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิด โรคไข้เห็บหมาหรือโรค SFTS (Severe Fever with Thrombocytopenia Syndrome) โรคนี้สามารถแพร่เชื้อได้จาก เห็บที่มีเชื้อกัด และติดต่อจากสัตว์สู่คนผ่านการสัมผัสเลือดหรือสารคัดหลั่งของสัตว์ที่ติดเชื้อ รวมถึงการแพร่จากคนสู่คนผ่านการสัมผัสเลือดหรือสารคัดหลั่งของผู้ป่วย
พาหะนำโรค : เห็บสุนัขสีน้ำตาล (Rhipicephalus sanguineus) เห็บชนิดนี้สามารถเกาะกินเลือดสัตว์ได้หลายชนิด ทั้งสุนัข แมว โค กระบือ รวมถึงสัตว์ป่า และเมื่อมากัดคน ก็สามารถแพร่เชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ได้
หากมีประวัติ โดนเห็บกัด คลุกคลีใกล้ชิดกับสัตว์เลี้ยง ภายใน 1-2 สัปดาห์ แล้วมีอาการดังนี้ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
- มีไข้สูงเฉียบพลัน และทานยาลดไข้แล้วไม่ดีขึ้น
- มีจุดเลือดออกสีแดงหรือม่วงเล็กๆ ตามผิวหนัง หรือมีเลือดกำเดาไหล
- อ่อนเพลียมาก ท้องเสีย หรืออาเจียนไม่หยุด
- ไข้สูง เกล็ดเลือดต่ำ เม็ดเลือดขาวต่ำ อาจนำไปสู่อวัยวะล้มเหลว เสียชีวิตได้
*** โรคนี้ไม่มีวัคซีนและไม่มียาต้านไวรัสจำเพาะ จึงต้องเน้นการรักษาตามอาการและการป้องกันเป็นสำคัญ***
การป้องกัน
ผู้ที่เลี้ยงสัตว์หรือสัมผัสสุนัขและแมว ควรหมั่นตรวจหาเห็บตามตัวสัตว์เลี้ยง และดูแลป้องกันเห็บอย่างสม่ำเสมอ หากพบเห็บ อย่าจับหรือบี้ด้วยมือเปล่า ควรใช้วิธีที่เหมาะสมในการกำจัด และล้างมือให้สะอาดหลังสัมผัสสัตว์เลี้ยง
ที่มาของข้อมูล: กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
|