องค์การบริหารส่วนตำบลสระตะเคียน อำเภอเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา : www.sratakien.go.th
 
 
 


เตือนเกษตรกรที่ปลูกข้าวโพดฝักอ่อน ข้าวโพดหวาน และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์โรคใบไหม้แผลใหญ่ข้าวโพด


#เตือนเกษตรกรที่ปลูกข้าวโพดฝักอ่อน #ข้าวโพดหวาน #และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ #โรคใบไหม้แผลใหญ่ข้าวโพด (Northern Corn Leaf Blight) #เตือนเกษตรกรที่ปลูกขาวโพดฝักอ่อน ข้าวโพดหวาน และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ในเขตภาคเหนือภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ระวังการระบาดของโรคใบไหม้แผลใหญ่ ซึ่งพบระบาดมากในช่วงเดือนธันวาคม – เดือนมีนาคม เนื่องจากกลางคืนอากาศเย็น และมีความชื้นสูง ซึ่งสภาพดังกล่าวเหมาะต่อการระบาดของโรคใบไหม้แผลใหญ่ ดังนั้น เกษตรกรควรหมั่นสำรวจแปลงปลูกข้าวโพดอย่างสม่ำเสมอ เมื่อพบใบข้าวโพดเป็นแผลขนาดเล็ก ต่อมาขยายใหญ่เป็นสีเขียวเทา หรือสีน้ำตาลยาวไปตามใบ หัวท้ายเรียวคล้ายรูปกระสวย ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอ หรือสำนักงานเกษตรจังหวัดใกล้บ้าน เพื่อหาแนวทางป้องกันกำจัดก่อนเกิดการระบาดรุนแรง #เชื้อสาเหตุ : เชื้อรา Bipolaris turcica #ลักษณะอาการ ระยะแรกใบข้าวโพดจะเป็นแผลขนาดเล็ก ต่อมาขยายใหญ่ขึ้น เนื้อเยื่อบริเวณแผลเปลี่ยนเป็นสีเขียวเทา หรือสีน้ำตาลยาวไปตามใบ หัวท้ายเรียวคล้ายรูปกระสวย แผลมีขนาด ๒ - ๒๐ เซนติเมตร จะเกิดที่ใบล่างๆ ก่อนแล้วลุกลามไปยังใบด้านบนและกระจายทั่วต้น เมื่อมีอาการรุนแรงแผลจะขยายตัวรวมกันเป็นแผลขนาดใหญ่ทำให้ใบไหม้และแห้งตายในที่สุด การระบาดของโรคพบได้ตลอดฤดูกาลเพาะปลูก อาการของโรคจะทวีความรุนแรงในสภาพที่มีความชื้นสูง และปลูกข้าวโพดหลายฤดูกาลติดต่อกัน #การแพร่ระบาด โรคใบไหม้แผลใหญ่จะพบระบาดมากในสภาพที่มีความชื้นสูง อุณหภูมิประมาณ ๑๘ – ๒๗ องศาเซลเซียส โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวแพร่ระบาดโดยกลุ่มสปอร์กระจายปลิวไปตามลม หรือถูกพัดพาไปกับน้ำแพร่ระบาดได้ไกลเข้าทำลายข้าวโพดได้ทั่วแปลง #กองส่งเสริมการเกษตร #แนะนำวิธีการป้องกันกำจัด ดังนี้ ๑. หลีกเลี่ยงการปลูกข้าวโพดพันธุ์อ่อนแอต่อโรคใบไหม้แผลใหญ่ ๒. ปลูกข้าวโพดพันธุ์ต้านทาน เช่น นครสวรรค์ ๑ นครสวรรค์ ๗๒ ๓. หลีกเลี่ยงการปลูกข้าวโพดหลายฤดูกาลติดต่อกัน ๔. สำรวจแปลงอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ ๑ ครั้ง เมื่อเริ่มพบข้าวโพดเริ่มแสดงอาการของโรคพ่นด้วยสารป้องกันกำจัดเชื้อรา เช่น - โพรพิโคนาโซล ๒๕% อีซี อัตรา ๑๕ มิลลิลิตร ต่อน้ำ ๒๐ ลิตร หรือ - อะซอกซี่สะโตรบิน + ไดฟีโนโคนาโซล อัตรา ๑๕ มิลลิลิตร ต่อน้ำ ๒๐ ลิตร หรือ - คาร์เบนดาซิม + อีพอกซี่โคนาโซล อัตรา ๒๕ มิลลิลิตร ต่อน้ำ ๒๐ ลิตร พ่นทุก ๗ วัน จำนวน ๒ ถึง ๔ ครั้ง ตามความรุนแรงของโรค ๕. ปลูกพืชหมุนเวียน กำจัดวัชพืช พืชอาศัย ขุดหรือถอนต้นข้าวโพดที่เป็นโรคไปเผาทำลาย #ที่มา : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ , กรมวิชาการเกษตร เรียบเรียงโดย : กลุ่มพยากรณ์และเตือนการระบาดศัตรูพืช กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย #กองส่งเสริมการเกษตร https://www.facebook.com/kasetsratakien #องค์การบริหารส่วนตำบลสระตะเคียน http://www.sratakien.go.th/ #ตำบลสระตะเคียน #อำเภอเสิงสาง #นครราชสีมา#